ชวนดู TED Talk เรื่องภาษากาย และการปรับใช้กับการนำเสนอ

"Don’t fake it ’til you make it. Fake it ’til you become it.”

นี่คือบทสรุปของ TED Talk โดย Amy Cuddy เมื่อ มิถุนายน 2012 ที่มีคนดูไปแล้ว 51 ล้านวิว...

เฮ้ย... จริงอ่ะ Fake ก็คือ Fake นี่หน่า...

นั่นคือความคิดแรกของอิงเมื่อได้ฟัง TED Talk นี้จบครั้งแรก แต่พอมาฟังซ้ำกลับพบว่ามันมีนัยยะเหมือนกัน และเราสามารถนำเทคนิคเรื่อง Power Pose มาปรับใช้กับการนำเสนอได้ด้วย 

มาดูรายละเอียดกันค่ะ

More...

Your body language may shape who you are

นี่คือ ชื่อ หัวข้อที่ Amy Cuddy พูดในวันนั้น (ตอนหลังกลายเป็นหนังสือ ชื่อ Presence)

Amy Cuddy เป็นนักจิตวิทยาสังคมที่ทำวิจัยเกี่ยวกับภาษากาย (Body language) 

เนื้อหาหลักใน TED Talk นี้ พูดเกี่ยวกับภาษากาย โดยทั่วไปเรารู้อยู่แล้วว่าภาษากายของเราจะส่งผลต่อความคิดของคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับเรา (หรือแค่เห็นเราผ่านๆ) เคยบางมั๊ยคะที่แค่เราเห็นหน้าท่าทางของคนบางคน ยังไม่ต้องอ้าปากพูด ก็รู้สึกไม่ค่อยชอบหน้าเขาเท่าไหร่ หรือบางคนไม่ได้พูดจาคุกคามเรา แต่เรากับรู้สึกว่าถูกเขาคุกคาม (ด้วยภาษากายของเขา) 

แต่สิ่งหนึ่งที่คนไม่ค่อยรู้ คือ ภาษากายของเรานั้นส่งผลต่อความคิดของตัวเราเองด้วย

โดยปกติภาษากายของเราจะสะท้อนสิ่งที่เรารู้สึกอยู่ (โดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม) เช่น การที่เรานั่งไขว่ห้าง กอดอก เป็นภาษากายที่แสดงออกเมื่อเราปกป้องตัวเอง หรือเมื่อนักกีฬาดีใจ ได้รับชัยชนะ มักจะชูมือขึ้น (มีการศึกษาว่า แม้แต่นักกีฬาที่พิการทางสายตาแต่กำเนิด ก็แสดงท่าทางดีใจในลักษณะเดียวกัน)

ท่าทางที่ส่งผลทางบวกกับตัวเรา แสดงความมั่นใจ และความรู้สึกเชิงบวกอื่นๆ เรียกว่า Power Pose

ที่สำคัญ คือ เราสามารถหลอกความคิดเราเองได้ด้วยภาษากาย ดังนั้น หากเราทำท่า Power Pose เป็นระยะเวลานึง (2 นาที) จะช่วยปรับสภาพความคิดเราได้ ช่วยให้มั่นใจขึ้นและลงระดับความเครียดลง

Spoil - เกี่ยวกับผู้เขียน

ในช่วงท้ายของการพูด Amy เล่าเรื่องตัวเองว่าสมัยเป็นเด็ก เธอเป็นเด็กฉลาดที่มี IQ สูงกว่าเด็กทั่วไป แต่สมัยเรียนเธอประสบอุบัติเหตุ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเด็กฉลาดที่เรียนเก่ง คือ มีใครเอาสมองที่เฉียบคมนั้นออกไป...

อุบัติเหตุนั้นทำให้ IQ ของ Amy ลดลง นั่นกลายเป็นแผลในใจของเธอตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาว่า เธอไม่มีความสามารถนั้นแล้ว จากความพยายามอย่างหนักเธอ เธอก็เรียนจนจบถึงแม้จะใช้เวลามากกว่าเพื่อนร่วมรุ่นก็ตาม แต่ตลอดเวลาที่เรียนเธอรู้สึกเสมอว่า เธอไม่สมควรจะอยู่ที่นี่ (I don’t deserve it!. คือ ประโยคที่เธอใช้) ตอนเธอเรียนปริญญาโทที่ Princeton ก่อนที่จะจบปี 1 นักศึกษาต้องนำเสนอ 20 นาที เธอมาถึงขีดสุดที่รู้สึกว่าเธอไม่ควรจะอยู่ที่นี่ เธอทำมันไม่ได้ เธอโทรหาอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อจะลาออก อาจารย์ที่ปรึกษาของเธอตอบกลับมาว่า เธอออกไม่ได้ ฉันวางเดิมพันไว้ที่ตัวเธอ ฉันเชื่อว่าเธอจะทำได้ ไม่ว่าเธอจะ fake it หรืออะไรก็ตาม เธอต้องไปต่อ (ต้องลองฟังเองค่ะ ได้อารมณ์มาก)

คำพูดนั้นมันกระทบใจเธอมาก เธอก็ fake it ไปจนเธอเรียนจบ

เธอบอกว่าเธอเป็นตัวอย่างของการ fake it ’til you bocome it…

เทคนิคในการปรับใช้กับการนำเสนอ

  • จงนำ Power Pose ไปใช้เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนการนำเสนอ หากเขินให้ทำในที่ลับตาคน เช่น ในห้องน้ำ
  • ในการนำเสนอ แสดงความมั่นใจด้วยภาษากาย เช่น ถามคำถามผู้ฟังแล้วต้องการให้เขายกมือ ให้เรายกเป็นตัวอย่างโดยการชูมือขึ้นสูงๆ อย่าชูแค่เสมอไหล่ (แบบจะชูหรือไม่ชูดี) 
  • ให้นึกมาจากบ้านว่าภาษากายที่เราจะแสดงออกในแต่ละช่วงมีอะไรบ้าง เช่น ยกมือเป็นตัวอย่าง ชูนิ้วนับตัวเลข (เช่น อธิบายกฎ 3 ข้อ เมื่อพูดว่าข้อหนึ่ง ให้ชูมือเป็นเลขหนึ่งให้คนเห็นชัด) เป็นต้น ภาษากายของเราควรมีการซ้อมมาแล้วและคิดมาแล้วว่าเป็นภาษากายเชิงบวกที่สะท้อนความมั่นใจของตัวเรา

อยากดู Amy พูดแบบเต็มๆ ดูได้ที่ไหน

ดูได้ตาม link ด้านล่างเลยค่ะ

TED Talk - Your body language who you are

คำถามชวนคิด

ท่าประจำของเราสะท้อนอะไรในตัวเรา และหากเราเปลี่ยนท่าทางให้มั่นใจและส่งผลกระทบเชิงบวกกับตัวเรามากขึ้น เราจะเป็นอย่างไร (ลองสังเกตตัวเองดูค่ะ)

Leave a reply:

Your email address will not be published.

Site Footer