รีวิวหนังสือ (น่าอ่าน): Super Productive

อิงติดตามเพจ Mission to the Moon ของคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ตั้งแต่ยังเป็นชื่อเดิม ก่อนจะเปลี่ยนตามชื่อหนังสือ Mission to the Moon ที่แกออกมาเมื่อหลายปีก่อน

พอรู้มาว่าหนังสือเล่มใหม่จะชื่อ Super Productive แถมออกกับสำนักพิมพ์ Koob ของนิ้วกลม (อีกหนึ่งนักเขียนที่ชอบมาก) ถึงกับต้องสั่งจองแบบได้ลายเซ็นต์นักเขียนกันเลยทีเดียว

พออ่านจบแล้ว หากให้สรุปสั้นๆ ก็คือ อ่านสนุก สาระแน่น แต่บางส่วนแอบไม่ตรงปก

ขยายความกันหน่อยค่ะ

More...

สไตล์ของเนื้อหา

สิ่งหนึ่งที่ทำให้อิงชอบอ่านบทความ/หนังสือของผู้เขียน เพราะ แกเป็นนักอ่านตัวยง (ส่วนอิงเป็นนักซื้อ หนังสือที่มีคาดว่าถ้าลาออกมานั่งอ่านเฉยๆ อีก 10 ปี อาจจะอ่านจบ) แถมยังเอาเรื่องที่อ่านมาขยายต่อได้อย่างสนุกและน่าอ่าน บวกกับประสบการณ์แบบ intensive ในการบริหารศรีจันทร์ให้แบรนด์เก่าแก่กลับมามีชีวิตชีวาและต่อยอดขึ้นไปอีก ทำให้บทความที่เขียนออกมามันมีบริบทของการนำไปใช้จริงอยู่มาก ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าในหนังสือ

เนื้อหาประกอบด้วยอะไรบ้าง

เนื้อหาหลักแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ จัดการตัวเอง จัดการธุรกิจ และจัดการทีม 

จัดการตัวเอง

ในส่วนนี้ คุณรวิศเขียนถึงสิ่งเล็กๆ ทั้งหลายที่ช่วยให้เราจัดการตัวเองได้ดีขึ้น ทั้งเรื่องของวินัย การจัดการกับนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง การเรียนรู้ตลอดชีวิต Deep Work และการตั้งคำถามที่ใช่ 

ความเห็นส่วนตัว คิดว่าเนื้อหาในส่วนนี้น้อยไปนิด อย่างเช่น เรื่อง Deep Work แอบคาดหวังว่าจะพูดถึงวิธีการสร้าง "Flow" (สถานะที่เราใจจดใจจ่ออยู่กับงานที่ทำ ในภาวะที่เป็น Deep Work) ละเอียดกว่านี้หน่อย 

สำหรับบทที่คิดว่าสำคัญมากสำหรับการก้าวต่อไปในอาชีพการงานของคนส่วนใหญ่ คือ การตั้งคำถาม (ไม่ใช่การหาคำตอบ) การตั้งคำถามสะท้อนทั้งความรู้และความคิดของผู้ถาม มันเป็นการวัดกึ๋นรูปแบบนึงที่ดูได้เลยว่าคนคนนั้นฉลาดมากแค่ไหน (ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ในส่วนนี้ เช่น วินัย และ growth mindset เป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ถ้าอยากประสบความสำเร็จต้องมี)

โดยรวมชอบเนื้อหาในส่วนนี้มากที่สุด เพราะ ตอบโจทย์ในการพัฒนาตัวเองให้เป็นคน Super Productive ขึ้นอย่างแน่นอน (หากอ่านแล้วทำตาม อย่างมีวินัยพร้อมกับปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่เสมอ)

จัดการธุรกิจ

ในส่วนนี้พูดถึงทั้งเรื่องของลูกค้า แนวคิดในการทำธุรกิจ และวัฒนธรรมองค์กร ยอมรับตามตรงว่าอินกับส่วนนี้น้อยสุด แต่ก็อ่านเพลินๆ ได้ค่ะ ในส่วนนี้มีเนื้อหาบางบทที่โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ตรงปกเท่าไรอยู่บ้าง อาจเป็นเพราะด้วยชื่อหนังสือที่แอบคิดไปเองก่อนซื้อว่าจะเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองเป็นหลัก รวมถึงการใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพ อย่างหนังสือเรื่อง Make Time, Getting Things Done หรือ Atomic Habits เป็นต้น 

จัดการทีม

ในส่วนนี้พูดถึงปัญหาและประเด็นที่พบบ่อยในเรื่องการบริหารจัดการทีม ทั้งเรื่องของบุคคลเจ้าปัญหาที่อาจทำลายล้างทีมได้มากกว่าที่เราคิด การ Coach น้องๆ ในทีม การให้เกียรติกัน และการสัมภาษณ์งาน 

อือม... ถ้าขยายความคำว่า Productive ออกจากตัวเราเอง ทีมก็ถือเป็นส่วนขยายได้อยู่ ประเด็นที่เขียนในหนังสือ สำคัญแทบทุกบท แอบเสียดายอีกแล้วว่าน่าจะเขียนละเอียดกว่านี้หน่อย เพราะในการทำงานจริงผู้เขียนเน้นการทำงานเป็นทีมมาก น่าจะมีเรื่องเล่าสนุกๆ มาแชร์ให้ฟังเยอะอยู่ ตอนแรกนึกว่าจะมีเขียนถึงการใช้เทคโนโลยีในการบริหารทีมและโครงการ เช่น การใช้ Asana (เคยใช้แต่ Trello เลยอยากรู้ว่า Asana เป็นอย่างไร) แต่ก็ไม่มี

สำหรับบทที่ชอบที่สุดในเล่ม อยู่ในส่วนนี้เอง (แต่ที่จริงบทนี้ เป็นเอกเทศมาก ไม่ควรรวมอยู่ในส่วนไหนเลย) คือ บทที่ชื่อว่า "เพื่อนกัน" มันเหมือนเป็นการตกผลึกจากชีวิตที่ผ่านมา อิงเชื่อว่าหากคุณได้อ่านบทนี้แล้ว คุณจะรู้สึกว่าบางสิ่งในบทนี้คือชีวิตคุณ เพราะ เพื่อนเป็นภาษาสากล และคุณน่าจะมีบทที่ชื่อว่า "เพื่อนกัน" ในแบบของคุณเช่นกัน

ความคิดเห็นของฉัน

อย่างที่บอกค่ะ อ่านสนุก สาระแน่น แต่อยากให้เขียนบางเรื่องให้ละเอียดกว่านี้หน่อย เพราะคนอ่านบางคนที่ไม่เคยสัมผัสเรื่องนั้นๆ มาก่อน เช่น Deep Work หรือ การ Coach อาจอ่านแล้วงงๆ และอีกส่วนหนึ่งที่อยากให้มี คือ แนะนำหนังสือที่น่าไปอ่านต่อ (Further Readings) ในฐานะที่ผู้เขียนอ่านมาเยอะ เผื่อผู้อ่านจะได้ list ไปตามซื้อมาเก็บเพิ่มบ้าง

Leave a reply:

Your email address will not be published.

Site Footer